มะคำดีควาย

มะคำดีควาย

ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Sapindus emarginatus  Wall.

ชื่อสามัญ :   Soap Nut Tree
วงศ์ :   Sapindaceae
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :
ไม้ต้น สูง 10-30 เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาลอ่อน แตกเป็นร่องลึกตามแนวยาว ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย 2-4 ใบ รูปรีแกมรูปขอบขนาน กว้าง 5-7 ซม. ยาว 10-14 ซม. ปลายใบและโคนใบมน ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบ สีเขียว ดอก ดอกแยกเพศ อยู่ต้นเดียวกัน ออกเป็นช่อที่ปลายยอด ดอกสีขาวนวล กลีบดอกมี 5 กลีบ ก้านช่อดอกมีขนปกคลุม ผล รูปทรงกลม ผิวเรียบ หรือมีรอยย่นที่ผลบ้าง ผลสดสีเขียว เมล็ดเดี่ยว
สรรพคุณ
  • ลแก่  – แก้ไข้ ดับพิษร้อนภายใน ดับพิษทุกอย่าง แก้ไข้แก้เลือด แก้หอบเนื่องจากปอดชื้น ปอดบวม แก้กาฬ แก้โรคผิวหนัง แก้พิษตานซาง แก้เสลดสุมฝีอันเปื่อยพัง แก้จุดกาฬ ผลผสมในตำรับยาร่วมกับสมุนไพรอื่นๆ รักษาโรคตัวร้อนนอนไม่หลับ นอนสะดุ้งผวา แก้สลบ แก้พิษ หัด สุกใส แก้ฝีเกลื่อน แก้ปากเปื่อย แก้สารพัดพิษ สรพัดกาฬ แก้ไข้จับเซื่องซึม แก้ร้อนในกระหายน้ำ แก้สารพัดไข้ทั้งปวง
  • – แก้พิษกาฬ ดับพิษกาฬ
  • าก
    – แก้ริดสีดวงมองคร่อ แก้หืด
    – รากผสมในตำรับยาร่วมกับสมุนไพรอื่น ใช้แก้ฝีในท้อง
  • ้น – แก้ลมคลื่นเหียน
  • ปลือกต้น
    – แก้กระษัย แก้พิษร้อน แก้พิษไข้
    – เปลือกต้นผสมในตำรับยากับสมุนไพรอื่นใช้แก้ฝีหัวคว่ำ ฝีอักเสบ
  • อก – แก้พิษ เม็ดผื่นคัน
  • มล็ด – แก้โรคผิวหนัง

เปล้าน้อย

เปล้าน้อย

ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Croton stellatopilosus  Ohba
วงศ์ :   EUPHORBIACEAE
ชื่ออื่น :   เปล้าท่าโพ (ภาคตะวันออกเฉียงใต้)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

 ไม้พุ่ม หรือไม้ยืนต้น สูง 1 – 4 เมตร ผลัดใบ ใบเดี่ยว เรียงสลับรูปใบหอกกลับ กว้าง 4 – 6 ซม. ยาว 10 – 15 ซม. ดอกช่อ ออกที่ซอกใบบริเวณปลายกิ่ง และที่ปลายกิ่ง ดอกช่อย่อยขนาดเล็ก แยกเพศ อยู่ในช่อเดียวกัน กลีบดอกสีนวล ผลแห้ง แตกได้ มี 3 พู

สรรพคุณ :

ใบ ราก รักษาโรคผิวหนัง คัน กลากเกลื้อน

วิธีและปริมาณที่ใช้ :

ใช้ใบ หรือรากสด ตำให้ละเอียด ใช้น้ำคั้นที่ออกมาทาบริเวณที่เป็น

 

สีเสียดเหนือ

สีเสียดเหนือ

ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Acacia catechu (L.f.) Willd.

วงศ์                    Leguminosae

ชื่อสามัญ :           Catechu Tree /Cutch Tree
ชื่ออื่น :                สีเสียดแก่น (ราชบุรี), สีเสียด (เหนือ), สะเจ (เงี้ยง-แม่ฮ่องสอน),
ลักษณะทั่วไป : 
ไม้ยืนต้นสูง 5-15 ม. มีแหลมแหลมโค้ง สั้นกว่า 1 ซม. หูใบรุปลิ่มแคบขนาดเล็ก ใบประกอบแบบขนนก 2ชั้น เรียงสลับ ช่อใบย่อย 9-30 คู่ ใบย่อย 20-50 คู่ ใบย่อยรูปขอบขนานยาว 2-6 มม. ดอกช่อเชิงลดออกเป็ฯกลุ่ม 1-4 ช่อที่ซอกใบ แกนกลางยาว 3.5-7.5 ซม. กลีบดอกยาว 2-3 เท่าของกลีบเลี้ยง เกสรตัวผู้สีขาวหรือขาวแกมเหลือง ฝักรูปขอบขนาน แบน กว้าง 1-1.5 ซม. ยาว 5-7.5 ซม. สีน้ำตาล เป็นมัน มีเมล็ด 3-10 เมล็ด
ต้น : เป็นพรรณไม้ผลัดใบ มีทั้งขนาดเล็กจนถึงขนาดกลาง ลำต้นจะสูงราว ๆ 15 เมตร กิ่ง
และลำต้นจะมีหนามแหลมติดอยู่ ผิวเปลือกค่อนข้างขรุขระ มีสีเทาเข้ม และลอกเปลือกผิวออกมาได้เป็นแผ่น ๆ เปลือกข้างในเป็นสีแดง
ใบ : เป็นไม้ใบรวม ออกเป็นช่อเรียงกันแบบขนนก ใบย่อยออกเป็นคู่ ๆ ตรงข้ามกันมีอยู่ 20-50 คู่ ลักษณะของใบย่อยเล็กและฝอย ส่วนปลายใบมน โคนใบเบี้ยวมีขนขึ้นประปราย
ดอก : ออกเป็นช่อยาว คล้ายกับหางกระรอก ช่อดอกยาวประมาณ 2-4 นิ้วดอกมีขนาดเล็ก สีเหลืองอ่อนหรือสีขาวอมเหลือง กลีบดอกยาวประมาณ 2-3 มม.
ผล : เป็นฝัก แบน ส่วนโคนและปลายผักเรียวแหลมตัวฝักตรงซึ่งเมื่อแก่เต็มที่เป็นสีน้ำตาล แล้วฝักก็จะแตกอ้าออกมองเห็นเมล็ดภายใน 3-7 เม็ดสีน้ำตาล
  การขยายพันธุ์ :
เป็นพรรณไม้กลางแจ้ง ที่ทนต่อแสงแดด และความแห้งแล้งได้ดี เจริญเติบโตได้ดีในดินทุกสภาพ และความชื้นปานกลางขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด
 ประโยชน์ทางสมุนไพร :
  แก่น มีฤทธิ์ฝาดสมานเนื่องจากมีสารแทนนิน ตำรายาไทยใช้กินแก้ท้องร่วง ใช้ภายนอกรักษาบาดแผลและโรคผิวหนัง ถ้าสับแก่นให้เป็นชิ้นเล็ก ต้มเคี่ยวไฟอ่อน ๆ กับน้ำ กรองเคี่ยวต่อจะได้น้ำยางสีดำ มีลักษณะเหนียว ปั้นเป็นก้อน ทิ้งไว้จนแห้งแข็ง เรียกกันว่าสีเสียดลาว มีรสฝาดมาก ใช้ปรุงยา หรือใช้ย้อมผ้าและฟอกหนังสัตว์
 สรรพคุณ
เมล็ด คือส่วนที่อยู่ในฝัก นำออกมาฝนเป็นยาทาแก้โรคหิดเปลือกต้น แก้ท้องร่วง แก้บิด สมานแผล แก้ท้องเดิน ต้มกับน้ำใช้ล้างแผลแก้แผลเปื่อยเรื้อรัง ล้างแผลหัวนมแตก และยังใช้ผสมกับสมุนไพรชนิดอื่น เพื่อปรุงเป็นยาแก้บิด ธาตุพิการ ใช้สมานแผลแก้ท้องร่วง
อื่น ๆ : แก่นที่สกัดด้วยน้ำแล้วระเหยจนแห้ง ที่เรียกว่า ก้อนสีเสียด นำมาบดเป็นผงประมาณ 1/3-1/2 ช้อนชาต้มเอาน้ำดื่มแก้ท้องเดิน
  สารเคมีที่พบ :
เปลือกต้นมีสารพวก catechol, Gallic acid, Tannin ทั้งต้นมี Epicatechin

 

กลิ้งกลางดง

กลิ้งกลางดง

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Stephania venosa (BP.) Spreng.

ชื่อวงศ์ : MENISPERMACEAE

ชื่ออื่น : สบู่เลือด บอรเพ็ดพุงช้าง, หัวสันโดษ (อีสาน), สบู่เลือด, สบู่เครือ (บางภาคเรียก)
ลักษณะทั่วไป :
เป็นไม้เลื้อย มีรากสะสมอาหารเป็นหัวทรงกลมผิวมีทั้งชนิดขรุขระและเรียบ ต้นและกิ่งก้านเลื้อยพันกับสิ่งที่อยู่ใกล้ มีอายุการเจริญเติบโตฤดูกาลเดียว ในช่วงฤดูแล้งความชื้นไม่พอเถาจะแห้งตายเหลือไว้แต่หัวไต้ดิน เมื่อมีความชุ่มชื้นพอในฤดูฝนต้นจะเจริญขึ้นมาใหม่ หัวหรือรากสะสมอาหารนี้หากทำให้เกิดบาดแผลจะมีน้ำยางใสสีแดงไหลซึม การเกาะติดของ
ใบบนกิ่งแบบเรียง สลับ ใบเป็นใบเดี่ยว ทรงใบรูปไข่แกมหัวใจ ปลายใบแหลมมีติ่งหาง โคนมนกว้างเว้าลึกเป็นติ่งหู ขอบใบและแผ่นใบเป็นคลื่นเล็กน้อย ขนาดประมาณ 9.00 x 13.00 ซม. ผิวใบด้านใต้มีขนเล็กน้อย  
ดอกออกเป็นช่อ แยกเพศ ช่อดอกตัวผู้ยาวประมาณ 4-16 ซม. กลีบดอกสีส้ม ช่อดอกตัวเมียอัดกันแน่นมากกว่า  
ผลเป็นผลสด รูปไข่กลับ
สรรพคุณ
เถา  ใช้เถาขับพยาธิ ขับโลหิตระดู กระจายลมที่แน่นในอก
ใบ  บำรุงธาตุ รักษาแผลสด และแผลเรื้อรัง
ดอก  แก้โรคผิวหนังผื่นคัน ช่วยย่อยอาหาร
ราก  บำรุงเส้นประสาท
หัวใต้ดิน  ดองเหล้ากินบำรุงกำลังขับเสมหะ บำรุงกำหนัด หรือตากแห้ง บด ปั้นเป็นลูกกลอนกินเป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยเจริญอาหาร ขับลม รักษาโรคมะเร็งต่างๆ โรคเบาหวาน โรคโลหิตจาง โรคปวดศีรษะ

 

สะเดาไทย

สะเดาไทย

ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Azadirachta indica A. Juss. var. siamensis  Valeton
ชื่อสามัญ : Siamese neem tree, Nim , Margosa, Quinine
วงศ์  Meliaceae
ชื่ออื่น :  สะเลียม (ภาคเหนือ)  กะเดา (ภาคใต้)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

ไม้ต้น สูง 5-10 เมตร เปลือกต้นแตกเป็นร่องลึกตามยาว ยอดอ่อนสีน้ำตาลแดง ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับรูปใบหอก กว้าง 3-4 ซม. ยาว 4-8 ซม. โคนใบมนไม่เท่ากัน ขอบใบจักเป็นฟันเลื่อย แผ่นใบเรียบ สีเขียวเป็นมัน ดอก ออกเป็นช่อที่ปลายกิ่งขณะแตกใบอ่อน ดอกสีขาวนวล กลีบเลี้ยงมี 5 แฉก โคนติดกัน กลีบดอกโคนติดกัน ปลายแยกเป็น 5 แฉก ผล รูปทรงรี ขนาด 0.8 – 1 ซม. ผิวเรียบ ผลอ่อนสีเขียว สุกเป็นสีเหลืองส้ม เมล็ดเดี่ยว รูปรี
ส่วนที่ใช้ :
ดอกช่อดอก  ขนอ่อน ยอด เปลือก ก้านใบ กระพี้ ยาง แก่น ราก ใบ ผล ต้น เปลือกราก น้ำมันจากเมล็ด

สรรพคุณ :
  • ดอก ยอดอ่อน  –  แก้พิษโลหิต กำเดา แก้ริดสีดวงในลำคอ คันดุจมีตัวไต่อยู่ บำรุงธาตุ ขับลม ใช้เป็นอาหารผักได้ดี
  • ขนอ่อน – ถ่ายพยาธิ แก้ริดสีดวง แก้ปัสสาวะพิการ
  • เปลือกต้น – แก้ไข้ เจริญอาหาร แก้ท้องเดิน บิดมูกเลือด
  • ก้านใบ – แก้ไข้ ทำยารักษาไข้มาลาเรีย
  • กระพี้ – แก้ถุงน้ำดีอักเสบ
  • ยาง – ดับพิษร้อน
  • แก่น – แก้อาเจียน ขับเสมหะ
  • ราก – แก้โรคผิวหนัง แก้เสมหะ ซึ่งเกาะแน่นอยู่ในทรวงอก
  • ใบ,ผล – ใช้เป็นยาฆ่าแมลง บำรุงธาตุ
  • ผล มีสารรสขม – ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิ และยาระบาย แก้โรคหัวใจเดินผิดปกติ
  • เปลือกราก – เป็นยาฝาดสมาน แก้ไข้ ทำให้อาเจียน แก้โรคผิวหนัง
  • น้ำมันจากเมล็ด – ใช้รักษาโรคผิวหนัง และยาฆ่าแมลง
วิธีและปริมาณที่ใช้ :
  • เป็นยาขมเจริญอาหาร
    ช่อดอกไม่จำกัด ลวกน้ำร้อน จิ้มน้ำปลาหวาน หรือน้ำพริก หรือใช้เปลือกสด ประมาณ 1 ฝ่ามือ ต้มน้ำ 2 ถ้วยแก้ว รับประทานครั้งละ 1/2 ถ้วยแก้ว
  • ใช้เป็นยาฆ่าแมลง
    สะเดาให้สารสกัดชื่อ
    Azadirachin ใช้ ฆ่าแมลงโดยสูตร สะเดาสด 4 กิโลกรัม ข่าแก่ 4 กิโลกรัม  ตะไคร้หอม 4 กิโลกรัม นำแต่ละอย่างมาบดหรือตำให้ละเอียด หมักกับน้ำ 20 ลิตร 1 คืน น้ำน้ำยาที่กรองได้มา 1 ลิตร ผสมน้ำ 200 ลิตร ใช้ฉีดฆ่าแมลงในสวนผลไม้ และสวนผักได้ดี โดยไม่มีพิษและอันตราย